ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

หลักเกณฑ์โดยทั่วไปในการรับจำนำ

หลักเกณฑ์ทั่วไปในการรับจำนำ

1.ผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาล สามารถรับจำนำภายในไม่เกินวงเงินรายละ 100,000 บาท
2.การรับจำนำทองรูปพรรณ สามารถรับจำนำได้ในราคาไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาทองคำแท่ง ณ วันรับจำนำ
3.การรับจำนำเพชร สามารถรับจำนำได้ในราคาไม่เกินร้อยละ 60 ของราคาเพชรตามที่สำนักงาน จ.ส.ท. กำหนด
4.การรับจำนำทรัพย์จำนำประเภทอื่น ให้รับจำนำได้ในราคาไม่เกินร้อยละ 50 ของราคาทรัพย์สินที่แท้จริงตามสภาพสิ่งของที่จะทำการซื้อขายโดยปกติทั่วไปตามท้องตลาดในวันรับจำนำ
5.ผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการรายใดรับจำนำทรัพย์สินไว้เกินราคาหรือเกินอัตราที่กำหนดจนเป็นเหตุให้สถานธนานุบาลได้รับความเสียหายไม่ว่ากรณีใด ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่สถานธนานุบาล

ข้อห้ามในการรับจำนำ

ระเบียบสำนักงาน จสท. ห้ามมิให้สถานธนานุบาลของเทศบาล รับจำนำดังนี้

1.ห้ามรับจำนำทรัพย์สินระหว่างเวลา 16.00 น. ถึง 08.00 น.
2.รับจำนำสิ่งของจากภิกษุ สามเณร หรือเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปี
3.รับจำนำสิ่งของที่เห็นได้ว่าเป็นของที่ใช้ในราชการ หรือสิ่งของที่ได้รับแจ้งจากเจ้าพนักงานผูออกใบอนุญาต เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานผู้มีหน้าที่ออกประกาศตำหนิรูปพรรณของหายได้แจ้งของหายต่อสถานธนานุบาลแล้ว
4.รับจำนำทรัพย์ของผู้จัดการหรือผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาลเอง หรือทรัพย์ของพนักงานสถานธนานุบาลเอง เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้บริหารท้องถิ่น
5.รับจำนำทรัพย์ของผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้ตรวจการสถานธนานุบาลเว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด

อัตราดอกเบี้ยสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก

สถานธนานุบาลของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก คิดดอกเบี้ยรับจำนำทรัพย์สินตามต้นเงินรับจำนำที่กำหนดโดย สำนักงาน จ.ส.ท. กระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ดังนี้

1.ต้นเงินไม่เกิน 5,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 0.50 บาท ต่อเดือน

2.ต้นเงินเกินกว่า 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 30,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน


3.ต้นเงินเกินกว่า 30,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาทต่อเดือน


เอกสารอ้างอิง

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ด่วนมาก ที่ มท 0801.5/ว1359)

ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อตั๋วรับจำนำหาย

ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อตั๋วรับจำนำหาย
1. เจ้าของตํ๋วรับจำนำ ต้องมาแจ้งที่สถานธนานุบาล
2. สถานธนานุบาลจะออกใบรับแจ้งตั๋วจำนำให้ แล้วนำใบรับแจ้งตั๋วจำนำหายนั้น ไปแจ้งความที่
สถานีตำรวจในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อลงบันทึกประจำวัน
3. นำใบรับแจ้งตั๋วจำนำหายที่ผ่านขั้นตอนที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วไปที่สถานธนานุบาลเพื่อทำการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือกับต้นขั้วตั๋วรับจำนำ ว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ ถ้าตรวจสอบแล้วว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันจริง ก็จะอนุญาตให้ทำการไถ่ถอนได้

วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สถานธนานุบาลหรือโรงรับจำนำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ประวัติความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กิจการสถานธนานุบาล ได้เริ่มขึ้นโดย ฯพณฯ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่อง จากการไปตรวจราชการในจังหวัดต่างๆ พบว่าในหลาย จังหวัด ไม่มีการจัดตั้งสถานธนานุเคราะห์ (ซึ่งดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์) หรือโรงรับจำนำของเอกชนเหมือนอย่างในนครหลวงกรุงเทพ ธนบุรี และ เห็นว่ากิจการดังกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือคนยากจนขัดสนเงินได้ บรรเทาความเดือดร้อนหรือแก้ขัดได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากเอกชนโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่า แล้วยังจะมีส่วนช่วยในด้านควบคุมการรับซื้อของโจรอีกด้วย
การดำเนินการจัดตั้งสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) ของเทศบาลและสุขาภิบาล นอกจากมีขึ้นตาม บทบัญญัติของกฎหมายแล้วยังมีที่มาจากมติของคณะรัฐมนตรี และมติของที่ประชุมกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินการจัดตั้งเป็นกรณีพิเศษ ต่างจากการตั้งโรงรับจำนำทั่วไป
กล่าวคือ
1. คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2503 ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นในต่างจังหวัด ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือ คนยากจนขัดสนเงินจะได้ไม่ต้องไปกู้ยืมจากเอกชนซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยสูงมากและควบคุมการรับซื้อของโจร
2. ในคราวประชุมของกระทรวงมหาดไทยครั้งที่ 20/2503 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2503 ที่ประชุมได้มี มติกำหนดนโยบายให้เทศบาลดำเนินการจัดตั้ง สถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) โดยมุ่งหมายที่จะได้ให้ประโยชน์ไปสู่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการขูดรีดเอารัดเอาเปรียบและป้องกันการรับซื้อของโจร
กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาแล้วเห็นเทศบาลมีอำนาจที่จะดำเนินการโรงรับจำนำ หรือสถานสินเชื่อท้องถิ่นได้อยู่แล้ว และเหมาะสมที่จะดำเนินการ สนองนโยบายเพราะเป็นหน่วยการปกครองที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของ ประชาชนในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะสามารถอำนวยบริการในด้านนี้ให้แก่ ประชาชนได้ดี ในขั้นต้นจึงให้เทศบาลนครเชียงใหม่, เทศบาลเมืองนครสวรรค์, เทศบาลเมืองหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองอุดรธานีจัดตั้งโรงรับจำนำขึ้นเป็น การทดลองก่อน โดยเรียกโรงรับจำนำของเทศบาลว่า "สถานธนานุบาล"
เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เปิดกิจการขึ้นเป็นแห่งเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2503 ต่อมาในปี พ.ศ.2504 ได้เปิดกิจการขึ้นอีก 3 แห่ง รวมเป็น 4 แห่ง ได้กำหนด ให้วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันระลึกการจัดตั้งสถานธนานุบาล
สถานธนานุบาลเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามร้านอาหารหมากแดง หรือติดกับที่ทำการกองสวัสดิการสังคม ของเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก